Sabah Malaysia เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ กับ การผจญภัยในต่างแดน

Sabah Malaysia

ถ้าพูดถึง รัฐซาบาห์ (Sabah) ประเทศมาเลเซีย คงไม่ค่อยคุ้นหูกัน แต่ถ้าพูดถึง Kota Kinabalu หลายๆคนคงจะต้องร้อง อ๋ออออ!!

เพราะที่นี่จะขึ้นชื่อเรื่องของการเดินเขา สายเดินป่า เดินเขา ต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะด้วยความโหด ความท้าทาย และ ความสวยงาม

ที่นี่จึงเป็นอีก 1 จุดหมาย ที่หลายๆคนวางแผนว่าต้องมาพิชิตกันให้ได้

Sabah Malaysia

แต่วันนี้เราจะไม่ได้พาเพื่อนๆไปปีนเขากันนะครับ วันนี้พามาโฉบเฉี่ยวแถวๆตีนเขา แล้วไปสำรวจที่ท่องเที่ยวอื่นๆกันดูบ้าง

นี่ก็เป็นครั้งที่ 2 ของปีที่ผ่านมาแล้ว ที่เราได้มาเที่ยวที่ Sabah Malaysia รอบแรกที่เราไปสามารถดูรีวิวกันได้จากด้านล่างได้เล้ยย…

ครั้งหนึ่งในชีวิต ได้ไปพิชิต “เกาะบอร์เนียว” (SABAH, Malaysia Borneo)

การเดินทางครั้งนี้ เราเดินทางกับ สายการบินแอร์เอเชีย โดยออกเดินทางจาก สนามบินดอนเมือง – กัวลาลัมเปอร์

จากนั้นต่อเครื่องจาก กัวลาลัมเปอร์ – Kota Kinabalu แอร์เอเชียมีเที่ยวบินไป Kota Kinabalu วันละหลายเที่ยวบิน

สามารถเลือกไฟท์ที่เราสะดวกกันได้เลย สนใจจองเที่ยวบินหรือ หาเที่ยวบินอื่นๆได้ที่ www.airasia.com

 

แผนการเดินทาง

Day 1 : กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – กัวลาลัมเปอร์ – โกตา คินาบาลู
Day 2 : Kinabalu Park ชมวิวงามๆ ของ Mount Kinabalu. – Desa Cattle Farm ชมฟาร์มวัวของเมืองซาบาห์ – ไร่ชาที่อยู่บนเขาที่เห็นวิวทิวทัศน์สวยงาม – Porina Hot Spring
Day 3 : ล่องแก่งที่ Padas White Water Rafting
Day 4 : Kadaiku souvenir shop – The Crab House  – กัวลาลัมเปอร์ –กรุงเทพฯ (ดอนเมือง)

 

Day 1 : กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – กัวลาลัมเปอร์ – โกตา คินาบาลู

เราเริ่มออกเดินทางโดย สายการบินแอร์เอเชีย ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง สำหรับการเดินทางมายัง โกตา คินาบาลู โดยแวะต่อเครื่องที่ กัวลาลัมเปอร์ 

เมื่อเดินทางมาถึง เราก็แวะเข้าห้องพักเช็คอิน โดยโรงแรมที่เราพัก คือ Hilton Kota Kinabalu

โดยเราพักที่นี่กันทั้งหมด 3 คืน จะบอกว่าโรงแรม Hilton ที่นี่ตกแต่งได้สวยมากกกก…

ห้องนอนสบายสุดๆ เดินทางจากสนามบิน ประมาณ 20-30 นาทีเท่านั้น ใจกลางเมืองเลย

เราลองมาดูบรรยากาศที่พักกันซักหน่อย

ห้องนอนที่นี่นอนสบายสุด เตียงดูดวิวญาณมาก

ที่นี่ยังมีสระว่ายน้ำ บาร์ และ ห้องรับรอง ที่น่าสนใจอีกมากมาย ลองมาชมภาพบรรยากาศกันครับ

 

มื้อเย็นวันแรก เรากินกันที่ D’ Place Kinabalu ใกล้ๆกับที่พักของเรา โดยเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารท้องถิ่น และมีการแสดงพื้นเมืองให้เราชมกันด้วย

หลังจากทานอาหารเสร็จก็เดินทางกลับที่พักสลบกันเป็นแถว พร้อมกับเก็บแรงไว้เที่ยววันต่อไป

 

Day 2 : Kinabalu Park – Desa Cattle Farm ชมฟาร์มวัวของเมืองซาบาห์ – ชมไร่ชาที่อยู่บนเขา – Porina Hot Spring

เช้าวันที่ 2 เราออกเดินทางกันแต่เช้าเพื่อไปยัง Kinabalu Park โดยจากโรงแรมที่พัก ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชม. ได้ เนื่องจากทางเป็นภูเขา

และวันที่เราไปฝนตกปรอยๆ ทำให้ระหว่างทางวิวสวยมาก ได้เห็นทะเลหมอกระหว่างทางด้วย สดชื่น และ สวยงามมาก

เมื่อมาถึง Kinabalu Park เราก็ไม่ได้เห็นยอดเขา mount kinabalu เจอแต่สายหมอกไหลผ่านผิดยอดเขาไปหมด 

แต่ดูแบบนี้ก็สวยไปอีกแบบ ได้ความสดชื่นและเย็นสบายมากๆ ถ้าได้ขึ้นไปด้านบน คงพีคมากแน่ๆ

หลังจากชมความสวยงามของ Mount Kinabalu เสร็จ เราก็นั่งรถต่อไปที่ Desa Cattle Farm ที่นี่เป็นฟาร์มเลี้ยงวัวกลางทุ่งในหุบเขา

บรรยากาศดีมาก ฟีลลิ่งมโนเหมือนอยู่ นิวซีแลนด์ มีวัวกลางทุ่ง กับบรรยากาศวิวเขาสลับซับซ้อนพร้อมหมอกไหลผ่านด้านหลัง

ที่นี่ยังมีนมวัวและไอติมขายด้วย แวะลองชิมซักหน่อย รสชาติอร่อยดีนะ มีรสวนิลาและช็อคโกแลต

หลังจากนั้นเราก็แวะไปทานข้าวและชมไร่ชา ที่ตั้งอยู่บนเขา มองเห็นวิว Mount Kinabalu ที่นี่เค้าปลูกชาเอง และมีโรงผลิตชากันด้วย

มาทริปนี้เจอฝนต้อนรับกันตลอดทั้งวัน บรรยากาศเลยได้เห็นวิวหมอกและสดชื่นตลอดทั้งวัน

โดยหลังจากทานข้าวถ่ายรูปที่ไร่ชากันเสร็จ เราก็มุ่งหน้าไปที่ Porina Hot Spring

ซึ่งที่นี่มีบ่อให้เราเลือกแช่กันได้ตามใจชอบกันเลย เป็นบ่อน้ำร้อนตามธรรมชาติ

ที่นี่ไม่ได้มีเพียงบ่อน้ำพุร้อนอย่างเดียว ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และมีสะพานไม้ ให้เราเดินวัดใจ หวาดเสียวกันด้วย

และหลังจากเดินป่า แช่น้ำร้อนคลายเหนื่อยกันแล้ว ที่นี่ยังมีร้านอาหารไว้บริการอีกด้วย ไม่รู้ว่าหิวหรือหร่อย ซัดกันหมดเกลี้ยง ฮาๆๆ

หลังจากนั้นก็นั่งรถยาวๆกลับที่พักหลับกันตลอดทาง หนังท้องตึงหนังตาก็อ่อนแหล่ะเนอะ ฮาๆๆๆ

 

Day 3 : ล่องแก่งที่ Padas White Water Rafting

วันนี้กิจกรรมของเราจะเป็นการล่องแก่ง แต่ไม่ได้พีคแค่นั้น สำหรับการเดินทางไปที่นั่นพีคกว่า โดยเราจะต้องนั่งรถไปประมาณ 2 ชม.

แล้วไปต่อรถไฟไปอีก 1 ชม. เพื่อเข้าไปยังที่ที่เราจะไปล่องแพกัน เป็นหมู่บ้านที่ยังไม่มีถนนตัดผ่าน ดูแล้วลึกลับดีมาก

โดยระหว่างการเดินทางภายในรถไฟ เราจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของคนที่นี่ เราว่ามันเป็นอีกเสน่ห์ ของการเดินทางเลยแหล่ะ

เมื่อมาถึงจุดที่ล่องแก่ง พวกเราก็เปลี่ยนชุด เตรียมความพร้อมกันเต็มที่ นี่เป็นครั้งแรกเลย สำหรับกิจกรรมล่องแก่งของเรา

ตอนก่อนไปนี่เหรอ เฮฮาสนุกสนานกันมาก เดี๋ยวมาดูขากลับ ฮาๆๆ หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ก็จะอธิบายวิธีการล่องแก่ง

พร้อมกับแบ่งจำนวนคนขึ้นเรือ ระยะเวลาสำหรับการล่องแก่งของที่นี่ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

โดยระดับความแรงของน้ำสูงสุดที่ระดับ 4 ไม่รู้ว่าระดับไหนเป็นไงหลอก แต่ลองมาดูภาพบรรยากาศกันดีกว่า ว่าจะ สนุก มันส์ ฮา แค่ไหน

บอกเลยว่าการล่องแพครั้งนี้ โหด มันส์ ฮามากๆ กระแสน้ำไหลแรงและเชี่ยวมาก

มีหลายจุดที่ต้องลุ้นกันตัวโก่ง หลุดกรี๊ด แต๋วแตกไปก็หลายรอบ ฮาๆๆ ถือเป็นการล่องแก่งที่พีคและสุดมาก

สรุปไม่รอด ตกเรือกันหมดทุกคน ไหลตามน้ำกันไปเป็นแถบๆ แต่ที่นี่เค้าจะให้ใส่ชูชีพและเก็บกล้องกันเป็นอย่างดี

เนื่องจากน้ำค่อนข้างแรง และ มีจุดน้ำตกค่อนข้างเยอะ ทำให้ถ่ายภาพได้แค่บางช่วงเท่านั้น

หลังจากล่องแพเสร็จก็พักทานอาหารและอาบน้ำเปลี่ยนชุดกลับที่พักกัน คืนนี้บอกเลย หมดสภาพมาก

 

Day 4 : Kadaiku souvenir shop – The Crab House  – กัวลาลัมเปอร์ –กรุงเทพฯ (ดอนเมือง)

วันสุดท้ายกิจกรรมเราไม่เร่งรีบ แวะไปเดินดูของฝากกันที่ KADAIKU souvenir shop แล้วแวะไปกินข้าวก่อนกลับกันที่ร้าน The Crab House

ร้านนี้เป็นร้านอาหารทะเล กุ้ง ปู ปลา สดมากๆ อาหารร้านนี้ถือว่าเด็ดมาก รสชาติถูกปากคนไทยอย่างเรา

และนี่คือทั้งหมดของทริป Sabah Malaysia รอบที่ 2 ในรอบไม่กี่เดือนของเรา ที่นี่มีอะไรสนใจมากมาย ที่ไม่ได้เพียงแค่ปีนเขา

บอกเลยว่าไม่ควรพลาด หากอยากลองสัมผัสกับวิถีชีวิต กิจกรรมสนุกๆ แบบที่เราไปเจอมา ที่สำคัญ อาหารที่นี่เด็ดมาก

การเดินทางและราคาก็ถือว่าไม่แพง เดินทางได้โดยสายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งมีเที่ยวบินให้เราเลือกบินกันหลากหลายเวลา

 

หากมีข้อสงสัย หรือ ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามเราได้ที่




แบ่งปัน :
20