ฮานอย เที่ยวง่าย ปลอดภัย ไร้กังวล

ฮานอย เวียดนาม

การเดินทางทริปนี้เป็น ทริปบินด่วน แบบปุ๊บปับ คือ คิดว่าอยากไป ก็ไปเลย ไม่ได้วางแผนอะไรมาก

และต้องขอบอกก่อนเลยว่า ทริปนี้เป็นครั้งแรกสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศของเรา 2 คน

ความคิดก่อนเดินทางก็จะมี ตื่นเต้น กังวล และ กลัวอะไรหลายๆอย่าง

บวกกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ให้คำแนะนำมาเกี่ยวกับการไปที่นี่ เราเลยต้องระมัดระวังตัวในการเดินทางเพิ่มมากขึ้น

ทริปนี้เราเลยเน้นการเดินทางแบบ เที่ยวง่าย ปลอดภัย และ ไปกันแบบชิลๆ ไม่เร่งรีบ

สำหรับการเดินทางไป ฮานอย ทริปนี้ เราใช้บริการสายการบิน Air Asia ที่มีเที่ยวบินทั่วอาเซียนทุกวัน รวมถึงฮานอยด้วย

ลองมาดูกันว่าการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกของเรา จะเป็นยังไงกันบ้าง มาชมกันเล้ยยย…

ฮานอย เวียดนาม

ข้อมูลการเตรียมตัวก่อนเดินทางไป ฮานอย ประเทศเวียดนาม

• พาสปอร์ต และ วีซ่า •

คนไทยไม่ต้องใช้วีซ่าสามารถอยู่ได้ถึง 30 แต่เช็ค passport อย่าให้เหลือน้อยกว่า 6 เดือน

• การเดินทางไป •

สายการบิน Air Asia มีบินตรง กรุงเทพ (ดอนเมือง) – ฮานอย 2 เที่ยวบินต่อวัน

FD 642 : ดอนเมือง 07.05 > ฮานอย 08.30 / FD 644 : ดอนเมือง 18.45 > ฮานอย 20.20

FD 643 : ฮานอย 09.00 > ดอนเมือง 10.50 / FD 645 : ฮานอย 20.50 > ดอนเมือง 22.50

http://www.airasia.com/th/th/home.page?cid=1

• สกุลเงิน •

เวียดนาม ใช้สกุลเงิน “ดอง (Dong)” เฉลี่ยแล้วตก 1 บาทไทย เท่ากับ 667.07 ดอง (อัพเดท 7/6/60)
แต่แนะนำให้แลกเงิน US ไป แล้วไปแลกเงินดองที่สนามบินฮานอยได้เลยครับ 1 US = 22600 VND

• ปลั๊กไฟ •

เวียดนาม ใช้ปลั๊กไฟ แบบเดียวกับบ้านเรา ไม่ต้องพก adaptor ไปก็ได้

• เวลา •

เวลาที่ประเทศเวียดนาม เท่ากับเวลาบ้านเรา ครับ

• การใช้งานโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต •

ในเมืองฮานอย จะมีร้านขายอยู่ทั่วไป แต่ถ้าสะดวกก็ซื้อที่หน้าสนามบินได้เลยครับ
ผมเลือกแบบ 3.5GB ราคา 9 US เที่ยว 4 วัน 3 คืน ใช้ได้สบายๆ ถ้าใครกลัวไม่พอ ก็ซื้อที่สูงกว่าได้ครับ

• ที่พักและการจอง •

ที่พักในเมืองฮานอย ราคาจะเริ่มตั้งแต่หลักร้อย ราคาจะไม่แพงมาก และใกล้สถานที่ท่องเที่ยว
โดยผมทำการจองผ่าน Traveloka พักที่ Angel Palace Hotel ราคาคืนละประมาณ 1,200 บาท แต่โรงแรมตกแต่งดูหรูมาก

ได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นกันพอสมควรแล้ว เราก็ไปเที่ยว ฮานอย ด้วยกันได้แล้วจ้า…

แผนการเดินทาง

Day 1 • เดินทาง กรุงเทพฯ – ฮานอย / เข้าโรงแรมเช็คอิน / หาซื้อทัวร์ one day trip / เดินสำรวจ ที่กิน ที่เที่ยว บริเวณใกล้เคียง

Day 2 • ฮานอย – Hoa Lu Tam Coc (ทาม ก็อก)

Day 3 • ฮานอย – ฮาลอง เบย์

Day 4 • ช็อป ชิม ชิล ในฮานอย ก่อนกลับ

วันที่ 1

  • เดินทาง กรุงเทพฯ – ฮานอย
  • เข้าโรงแรมเช็คอิน
  • หาซื้อทัวร์ one day trip
  • เดินสำรวจ ที่กิน ที่เที่ยว บริเวณใกล้เคียง

เราเริ่มออกเดินทางโดยสายการบิน Air Asia เที่ยวบิน FD 642 : ดอนเมือง 07.05 > ฮานอย 08.30

ค่าตั๋ววันที่เราเดินทางไปฮานอย ก็ตกประมาณคนละ 3 พัน นิดๆ สำหรับตั๋ว ไป-กลับ ถือว่าไม่แพงเลย น่าไปเที่ยวนะ

โดย Air Asia มีเที่ยวบินครอบคลุมทั่วอาเซียน และมีบินทุกวัน ทำให้การเดินทางสะดวก สบายมากยิ่งขึ้น

แนะนำว่าให้เดินทางมาถึงสนามบินก่อนบินอย่างต่ำ 1 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อที่จะได้ไม่เร่งรีบและตกเครื่อง

อาคารเช็คอินระหว่างประเทศอยู่ที่ อาคาร 1 โดยหลังจากเช็คอินเสร็จเรียบร้อย

เราจะได้เอกสาร เพื่อทำการกรอกข้อมูล เข้า-ออก นอกประเทศ อย่าลืมกรอกกันให้เรียบร้อยก่อนนะ

บินไฟท์เช้าท้องมันก็จะหิวหน่อยๆ เราเลยสั่งอาหารไว้ล่วงหน้า เป็นเมนู “ปลาแซลมอนย่างพริกเกลือ” ทานคู่กับข้าวญี่ปุ่น

เสิร์ฟมาพร้อม “ซุปมิโซะ” ร้อนๆ และ ของหวาน “เยลลี่สตรอเบอรรี่” ตบท้าย เมนูนี้แนะนำเลย ผมว่ามันเด็ด

หากใครสนใจอยากสั่งอาหารก่อนบิน สามารถสั่งกันได้ที่

http://www.airasia.com/th/th/inflight-comforts/hot-meals.page

หลังจากทานอาหารเสร็จ ก็ได้เวลานอนกันแล้วครับ แต่ยังนอนได้ไม่ทันไร

เราก็เดินทางมาถึง ฮานอย ประเทศเวียดนามกันแล้ว ใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้นเอง ไวมาก

ลงเครื่องมารับกระเป๋าก็เดินออกมา เราก็จะเจอกับเคาท์เตอร์สำหรับ ซื้อซิมการ์ด/แลกเปลี่ยนเงิน/ทัวร์/บริการต่างๆ

เราก็แลกเงินจาก US (แลกมาจากไทย) เป็น VND (ดอง) ที่ counter นี้ และเลือกซื้อซิมการ์ด

ผมเลือกแบบใช้เน็ทอย่างเดียว 3.5GB ราคา 9 US (300 บาท) เที่ยว 4 วัน 3 คืน ใช้ได้สบายๆ

สัญญาณก็โอเคนะ ทริปนี้ใช้งานได้ตลอดทริป หรือ ถ้าใครกลัวไม่พอก็ลองดูแพ็กเกจอื่นๆได้เช่นกัน

หลังจากเสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลาเดินทางไปที่พัก โดยทริปนี้เราจองที่พักผ่าน Traveloka จองง่าย สะดวก รวดเร็วมาก

สามารถชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้เลย ซึ่งได้ที่พักในราคาประมาณ 1,200 บาทต่อคืน ที่ Antel Palace Hotel

โรงแรมดูหรูหรา สะอาด และบริการดีมาก หากใครสนใจ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/DaKVjt

และอย่างที่บอก ทริปนี้เราเน้น เที่ยวง่าย ปลอดภัย เราเลยเลือกใช้บริการรถรับ-ส่ง จากสนามบินของทางโรงแรมเลย

ราคาก็อยู่ที่เที่ยวล่ะ 20 US ถ้าหากใครอยากได้ราคาถูกหน่อย ก็สามารถเรียก Uber

หรือ ใช้บริการรถ van ที่จอดรออยู่ด้านนอกอาคารผู้โดยสาร แชร์กับลูกค้าคนอื่นได้เช่นกัน รถส่งถึงที่พักเหมือนกัน

จากสนามบินมายังที่พักในเมืองฮานอย ใช้เวลาประมาณ 45 นาที เราก็เดินทางมาถึงที่พักกันแล้วครับ

ที่พักตกแต่งด้วยโทนสีทอง ดูหรูหรา อลังการดีมาก แต่ราคาห้องพักแค่ 1,200 บาท รวมอาหารเช้า + free wifi

สำหรับผมว่าคุ้มเลยล่ะ ห้องพักสะอาด บริการดี และใกล้แหล่งท่องเที่ยว ที่กิน และที่ช้อปปิ้งอีกด้วย

เราเดินทางมาถึงที่พักประมาณ 10 โมงกว่าๆ พอดีห้องยังทำไม่เสร็จ พนักงานเลยให้เรานั่งรออีกประมาณ 15 นาที

ระหว่างนั้นก็ให้คำแนะนำต่างๆ ทั้งสถานที่กิน ที่เที่ยว ใกล้ๆโรงแรมอย่างละเอียด

พร้อมกับแนะนำทัวร์ให้เราด้วย โดยทริปนี้เราก็เล็งๆไว้ 2 ที่ ด้วยกัน คือ One Day Trip ของ Tam Coc และ Halong Bay

ด้วยความที่มาต่างประเทศครั้งแรกและกลัวโดนโกง เลยตัดสินใจซื้อทัวร์กับทางโรงแรมโดยตรงเลย เพื่อความสบายใจ ฮาๆ

Tam Coc ราคา 45 US (ประมาณ 1,500 บาท)

Halong Bay ราคา 55 US (ประมาณ 1,800 บาท)

ถ้าใครอยากได้ราคาทัวร์ที่ถูกกว่านี้ ก็สามารถเดินหาซื้อได้ตามบริษัททัวร์ ที่มีเปิดอยู่เยอะบริเวณใกล้ๆโรงแรม

เดินไปไหนก็เจอแน่นอน ไม่ต้องกังวล ลองหาเปรียบเทียบราคากันดู ซึ่งจะมี 3 เรท จะแตกต่างกันที่ อาหาร และ รถรับส่ง

เมื่อได้เวลาเช็คอินเข้าที่พัก ก็ขนของเข้าห้อง และ แอบงีบซักพัก เพราะเดินทางกันมาถึงช่วงเช้า

ตื่นมาก็หิว ได้เวลาเดินสำหรับพื้นที่ และ หาของกินกันแล้วครับ ก่อนออกจาก รร. พนักงานก็แนะนำกันเป็นอย่างดี

นี่ไงบริษัททัวร์ที่เราเห็นมีร้านเปิดขายอยู่เยอะแยะ ตามท้องถนนที่จะเดินจากที่พักไปยัง

ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม หรือ ทะเลสาบคืนดาบ ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที ไม่ไกลมาก

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ที่นักท่องเที่ยวและชาวเวียดนาม นิยมไปกัน

โดยในวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จะมีการปิดถนนให้ผู้คนมานั่งเล่นและช้อปปิ้งกันอีกด้วย

ถึงแล้วร้านอาหารมื้อแรกของเราในเวียดนาม จะสั่งอะไรก็งงๆ ก็ดูตามป้าย มีอะไรก็สั่งๆมา 555

พอเค้ามาเสิร์ฟ ก็นั่งงงๆกัน กินไม่เป็นอีก แม่ค้าก็เลยสอนวิธีการกิน she บอก inside… inside

คือมีอะไรก็ใส่ๆไปให้หมด เท่านั้นแหล่ะ อร่อยเลย ฮาๆๆ

โดยจะมีเนื้อหมูหมักปั้นก้อน ย่างถ่านจนเกรียมได้ที่ รับประทานพร้อมน้ำแกงใส เส้นขนมจีน และผักสดชามใหญ่ๆ

เสิร์ฟมาพร้อมกับปอเปี๊ยะทอด ราคาสำหรับมื้อนี้ 135,000 vnd (200 บาท) มารู้ทีหลังว่านี่คือเมนู บุ๋นจ่า (Bun cha)

ทานอาหารเสร็จ เราก็เดินสำรวจพื้นที่ใกล้เคียงกันต่อ เดินมาจนถึง ทะเลสาบคืนดาบ

บริเวณจุดนี้จะมีมุมถ่ายรูปสวยๆ เก๋ๆ เยอะดี เราก็กดชัตเตอร์กันรัวๆ

บริเวณนี้จะมี สะพานแดง เป็นอีก 1 จุด Landmark ที่ต้องมาถ่ายรูปกัน

รู้สึกว่าแถวนี้จะมีความออล่าขาวสว่างใสมาแต่ไกลเลย ฮี่ๆๆๆๆ งานดีย์ๆๆ

และยิ่งช่วงเย็นๆ คนก็จะยิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ ชาวเวียดนามจะมาทำกิจกรรมบริเวณนี้กันเป็นจำนวนมาก

ช่วงกลางคืนบริเวณทะเลสาบจะมีการเปิดไฟ ทำให้จุดนี้ดูสวยงามขึ้นมาอีก

และแล้วภารกิจการเดินสำรวจพื้นที่บริเวณใกล้เคียงของโรงแรมก็จบลงด้วยดี

วันที่ 2

  • One Day Trip : ฮานอย – Hoa Lu Tam Coc (ทาม ก็อก)

วันนี้เราจะไปเที่ยวที่ ทามก็อก หรือ นักท่องเที่ยวเรียกกันว่า ฮาลองบก เพราะที่นี่มีภูเขา สลับซับซ้อนเหมือนที่ ฮาลอง เบย์

โดยรถซื้อทัวร์จากที่พัก รวมค่าบริการทุกอย่างแล้ว ง่ายและสะดวกดี รถ mini bus มารับประมาณ 8 โมงเช้า จากโรงแรม

ใช้เวลาจาก ฮานอย ไปยัง ทามก็อก ประมาณ 2 – 3 ชม. โดยระหว่างทาง จะมีการแวะยังจุดต่างๆ

โดยจุดแรกที่ทางทัวร์แวะ จะเป็นร้านขายของที่ระลึก ให้เราได้แวะเข้าห้องน้ำ ดื่มกาแฟ หรือช็อปปิ้งกัน

ใช้เวลาพัก จุดนี้ประมาณ 20 นาที จุดนี้เห็นมีป้ายห้ามถ่ายรูป ก็เลยไม่ได้ถ่ายมาฝากกัน

หลังจากนั้น ก็จะขับรถไปต่อและพาเราแวะที่ Hoa Lu ที่เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของเวียดนาม

ซึ่งมีวัดและประติมากรรมเก่าแก่ของเวียดนามให้เราได้แวะชม และ ถ่ายรูปกัน

บริเวณประตูทางเข้าจะเป็นมุมถ่ายรูปสวยๆ เก๋ๆ รีบถ่ายกันเลยจ้า แดดแรงมาก

ลงจากรถมาก็จะมีแม่ค้ามาขายหมวก และ มีช่างภาพตามติดเราบ้าง อย่างกับเป็นเซเล็ป

แต่ถ้าเราไม่สนใจ ก็เดินชิลผ่านไปเลยจ้า… ไม่ได้กินเราหรอก 555

Dragon Bed

บริเวณภายในวัด สร้างด้วยไม้ พื้นที่ค่อนข้างแคบ

หลังจากเยี่ยมชมและถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกันเป็นที่เรียบร้อย ก็ได้เวลากลับขึ้นรถ ใช้เวลาประมาณ 30 – 45 นาที

และหลังจากนั้นรถก็จะพาเราไปแวะทานอาหารกลางวัน ใช้เวลาจากจุดนี้ประมาณ 10 – 15 นาที ก็ถึงครับ

โดยอาหารที่เราทานกันจะเป็นบุฟเฟ่ต์ ที่รวมอยู่ในแพ็กเกจที่เราซื้อมาเรียบร้อยแล้ว (แต่จะไม่รวมน้ำดื่ม)

รสชาติอาหารก็พอทานได้ ไม่ได้จัดจ้าน หรือ มีปัญหาอะไร เป็นอาหารท้องถิ่นของที่นี่

และหลังจากแวะทานอาหารและทำธุระส่วนตัวกันเป็นที่เรียบร้อย รถก็จะพาเรามายัง ทาม ก็อก

พอเดินทางมาถึงท่าเรือ เราก็จะนั่งเรือซึ่งที่นี่เรียกกันว่า Bamboo Boat

คนพายจะใช้เท้าทั้ง 2 ข้าง ถีบพายเรือพาเราชมวิวตลอดสองข้างทาง

ถือเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างนึงของที่ ทามก็อก เลยทีเดียว โดยเรือ 1 ลำ จะนั่งได้ 2 คน (ไม่รวมคนพาย)

ถ้าพร้อมกันแล้ว ก็กระโดดขึ้นเรือตามเรามา แล้วไปชมบรรยากาศของที่นี่พร้อมกันเลยจ้า…

โดยระหว่างทาง เราจะเห็นทุ่งข้าว และภูเขาสลับซับซ้อนอย่างสวยงาม นั่งเรือชมวิว ชิลไปอีกจ้า…

วันที่เราไปฟ้าปิด ฝนตกปรอยๆ แนะนำว่าใครจะมา เตรียมร่ม เสื้อผ้ากันร้อนมาด้วย น้า

ระหว่างนั่งชมวิวเขาเพลินๆ ซักพักเรือก็จะพาเราลอดถ้ำ กันด้วย มีประมาณ 2-3 ถ้ำได้ ดูแปลกตาและสวยงามดี

เรือจะพายไปจนสุดทาง ใช้เวลาประมาณ 40 นาที โดยเมื่อใกล้จะถึงปลายทาง ก็จะมีเรือพายมาจอดขายของ

มีทั้งน้ำ ขนม ของที่ระลึก โดยเรือที่เรานั่งมาจะจอดให้เรือขายของเข้ามาเทียบ แต่เราก็ไม่ได้ซื้อนะ

หลังจากนั้นเรือก็จะพายวนกลับมายังเส้นทางเดิม ก็จะเห็นวิวเขา และ วิวนาข้าวตลอด 2 ข้างทาง

พร้อมกับเรือที่พายสวนกันไปมา ตลอดเส้นทาง

อ้อ!! ลืมบอกไป ตอนขาไป จะมีเรือมาแอบถ่ายรูปด้วยนะ เหมือนบ้านเราแหล่ะ ที่ถ่ายๆ แล้วใส่กรอบเอาไปขาย

ถ้าใครไม่อยากถ่ายก็ไม่ต้องไปสนใจ ก็นั่งไปเรื้อยๆได้เลย แต่ถ้าใครอยากได้รูป ก็ลองต่อราคากันดูนะ เพราะเค้าถ่ายกันรัวๆ

ดูลีลาการพายของพี่แกซะก่อน เท้าก็พาย ส่วนมือก็เล็งและกดชัตเตอร์รัวๆ กันเลยจ้า… ดูชำนาญมาก 555

ก่อนเข้าถึงฝั่ง เราก็ให้ทิปกับคนพายเรือไปประมาณ 100 บาท เพื่อเป็นการขอบคุณเล็กน้อย

หลังจากขึ้นฝั่งแล้ว ก็จะมีโปรแกรมปั่นจักรยานเส้นทางธรรมชาติ และ ชมวิถีชีวิตชาวบ้านบริเวณนี้กันครับ

ถ้าพร้อมซิ่งกันแล้ว ก็โดดซ้อนท้ายแล้วออกไปลุยกันเล้ยยย…

หู้วววว… ดูวิวขางทางนั่นซิ ทุ่งนาที่เขียวขจี และ วิวเขาสลับซับซ้อน สวยงามอย่าบอกใครเชียว

เป็นการปั่นขักรยานชมวิวที่ชิลมากๆ อากาศเย็นสบายๆ พอปั่นได้ซักพัก ไกด์ก็จะจอดให้เราถ่ายรูปกันเล็กน้อย

หลังจากนั้นก็จะพาเราปั่นลัดเลาะ ทุ่งนา ผ่านหมู่บ้าน ชมวิถีชีวิตชาวบ้านบริเวณนี้

แถวนี้ดูเงียบสงบ ไม่วุ่นวาย เหมาะแก่การมาพักผ่อนสมอง และ มาฟอกปอดมาก

ใช้เวลาปั่นรวมๆแล้วก็น่าจะ 45 นาทีได้ ระยะทางไม่ไกลมาก ปั่นกันชิลๆ สนุกดี

หลังจากนั้นก็ได้เวลาเดินทางกลับ ยังฮานอยกันครับ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า

โดยเรากลับมาถึงที่พักประมาณ 18.30 น. ตอนแรกก็ว่าจะไม่ออกไปหาไรกิน กะต้มมาม่ากิน

แต่ก็กลัวไม่อิ่ม เลยเดินลัดเลาะแถวที่พักหาของกินกันหน่อย โดยเมื่อวานก็เล็งๆกันไว้บ้างแล้ว

เป็น บุ๋นไก่ แต่จำชื่อไม่ได้ ทานคู่กับปลาท่องโก๋ อร่อยดี มื้อนี้ 2 คน หมดไป 70,000 vnd (105 บาท)

วันที่ 3

  • One Day Trip : ฮานอย – ฮาลอง เบย์

วันนี้เราจะไปเที่ยว ฮาลอง เบย์ ด้วยกัน ที่นี่ค่อนข้างมีชื่อเสียง เราเลยอยากลองไปเห็นด้วยตาตัวเอง

โดยเราซื้อทัวร์กับทางโรงแรมเหมือนเดิม รถ mini bus มารับที่โรงแรม 8 โมงเช้า

จาก ฮานอย – ฮาลอง เบย์ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง จริงๆก็ไม่ไกลเท่าไหร่

แต่ด้วยที่นี่จำกัดความเร็วเพียงแค่ 80 กม./ชม. เลยใช้เวลาค่อนข้างนาน

เส้นทางนี้จะแวะพัก คล้ายๆกับวันแรกที่เราไป คือ จะเป็นร้านขายของที่ระลึก ให้เราได้แวะเข้าห้องน้ำ ดื่มกาแฟ และช็อปปิ้ง

และเมื่อเดินทางมาถึง ไกด์ก็ให้เราเข้าห้องน้ำ และให้เรารอเค้าไปจัดการเรื่องตั๋ว

จากนั้นประมาณ 15 นาที ไกด์ก็เรียกให้มารับตั๋วเพื่อเดินไปขึ้นเรือจะพาเราไปขึ้นเรือ

แนะนำเก็บตั๋วไว้ให้ดีๆนะครับ เพราะจะได้ใช้อีกทีตอนเข้าไปชม ถ้ำเทียนกุง

ก่อนจะขึ้นเรือ ต้องเดินต่อไปอีกเล็กน้อย ระหว่างทางจะมีร้านขายของ

ทั้งร้านขายเสื้อผ้า ร้านอาหาร รวมไปถึงร้านขายของที่ระลึก

พอเรือออกได้ซักพัก อาหารก็เริ่มเสิร์ฟทันที เรามาถึงนี่ก็ประมาณบ่ายโมงแล้ว หิวมากกกก…

โดยจะมีอาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะ นั่งกันโต๊ะละ 6 คน (อาหารจะรวมในแพ็กเกจที่เราซื้อ แต่ไม่รวมน้ำ)

พออาหารวางเสร็จก็จะมีน้ำเย็นๆมาเสิร์ฟ ด้วยความไม่รู้ก็หยิบมาอย่างไว สรุป ไม่รวมในทัวร์ 555

ทานไปเรือก็แล่นไปเรื่อยๆ ไกด์ก็แนะนำโน้น นี่ นั่น แต่เราก็ไม่ค่อยได้ฟัง หิวอยู่ 555

แต่พออิ่มเท่านั้นล่ะ ก็หยิบกล้องพร้อมออกไปดูวิวที่ด้านนอกเรือ เป็นวิว เกาะแก่ง ภูเขาสลัวซับซ้อน สวยงามดีครับ

วิวด้านนอกมันก็จะขาวหน่อยๆ ฮาๆๆๆ รู้งี้ออกมาตั้งนานแล้ว… ^_^

เรือแล่นมาได้ซักพัก ก็จะพาเรามาจอดที่ท่าเรือกลางน้ำ โดยบริเวณนี้จะให้เรานั่งเรือไปชมถ้ำ

โดยให้เราเลือกเรือได้ 2 ประเภท คือ bamboo boat กับ เรือคายัค

เราเลือกนั่งเรือ bamboo boat เพราะจะได้ถ่ายรูปได้สะดวกๆ เรือนั่งได้ 4 คน ไม่รวมคนพาย

เรือก็จะพาเราพายรอดถ้ำเข้าไปชมวิวด้านใน และ ถ่ายรูปกัน

พอเข้าไปด้านในลุงคนขับเรือก็จะเอากล้องเราถ่ายรูปให้ แถมมีบริการร้องเพลงให้ฟังด้วย

ถามว่าเราอยากฟังมั้ย ตอบเลยว่า ไม่!! แต่ก็ไม่รู้จะบอกแกยังไงดี ฮาๆๆ

แถมอีตาลุงนี่ก็ยังมาโยกเรือให้มันโคลงเครงเล่น เห็นเราตื่นเต้นกัน แกคงสนุกยิ่งทำใหญ่เลย 555

ใช้เวลาประมาณ 20 – 30 นาที เรือก็จะพายพาเรากลับมายังท่าเรือ เพื่อขึ้นเรือแล่นต่อไปยังจุดอื่นๆ

โดยระหว่างทาง เราก็จะได้พบกับอีก 1 จุด Landmark ของที่นี่ และ มีภาพเกาะนี้บนแบงค์ 200,000 VND ด้วย

แล่นเรือต่อมาได้อีกซักพัก เราก็จะได้เจอเกาะรูปร่างแปลกๆ เหมือนหมากำลังจะจุ๊บกัน ต้องใช้จินตนาการนิดนึงนะ

หลังจากนั้น เรือก็จะพามาแวะ ถ้ำเทียนกุง หรือ ถ้ำสวรรค์

ด้านในมีการจัดแสงสี เพิ่มความน่าสนใจให้กับหินงอกหินย้อยต่างๆ (ผมว่าบ้านเราน่าจะเอามาทำบ้างนะ ดูแล้วมันดูอลังการดี)

ด้านในดูยิ่งใหญ่ อลังการงานสร้างมาก หินงอกหินย้อยแต่ละก้อน ก็จะมีลักษณะรูปร่างแตกต่างกันออกไป

และบางจุดยังมีแสงจากภายนอกลอดทะลุเข้ามาถายใน ดูแล้วยิ่งรู้สึกถึงความสวยงามตามธรรมชาติ

รูปเจ้าบ่าว เจ้าสาว

รูปหญิงสาวผมยาว

หลังจากเดินชมหินงอก หินย้อย แล้ว เดินขึ้นต่อมาก็จะเป็นจุดชมวิวมุมสูง

หลังจากนั้นก็เดินลงและได้เวลาเดินทางกลับโรงแรม โดยวันนั้นเรากลับถึงโรงแรมมประมาณ 20.30 น.

ถึงโรงแรมมืดแล้ว เลยขี้เกียจเดินออกไปหาอะไรกิน จัดมาม่า ปลากระป๋อง กันซะชุดใหญ่

วันที่ 4

  • ช็อป ชิม ชิล ในฮานอย ก่อนเดินทางกลับ

วันสุดท้ายเราก็จะใช้ชีวิตกันอย่าง Slow Life มากๆ หลังจากที่เที่ยวกันมาอย่างหนักหน่วง 2 วัน เต็ม

วันนี้เราขอตื่นสายซักนิด เพื่อพักจากการนั่งรถจนตูดชา รถที่นี่ขับช้าเกิ๊นนนน…

ตื่นมาทานอาหารเช้าที่โรงแรมเสร็จ เราก็ออกเดินชิลกัน แถมยังมาพร้อมกับสายฝนอีก ชุ่มฉ่ำดีจริงๆ

วันนี้เราจะมาลองชิม Egg Coffee ที่ทางโรงแรมแนะนำว่า มาเวียดนามต้องมาชิม เพราะที่นี่ค่อนข้างมีชื่อเสียง

ปกติผมเป็นคนไม่ดื่มกาแฟ แต่พอลอง กาแฟไข่ ของที่นี่แล้ว บอกเลยว่าอร่อยมาก

ฟองมันจะนุ่มๆหน่อย รสชาติกาแฟไม่ขมมาก หอม นั่งจิบกาแฟ บรรยากาศฝนตกเย็นๆ ฟินนน…

ค่าเสียหายสำหรับ 2 คน 70,000 VND (105 บาท)

เสร็จแล้วเราก็พากันเดินชิล หาถ่ายรูปเล่น บริเวณรอบๆ เมืองฮานอย

โดยเราเริ่มกันที่ วัดหง็อกเซิน หรือ วัดเนินหยก ตั้งอยู่กลางทะเลสาบคืนดาบ

สามารถเดินจากฝั่งไปยังวัดโดยข้ามสะพานแดงไป และเป็นอีก 1 จุด ที่คนนิยมมาถ่ายรูปกัน

ราคาค่าเข้าชม ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 30,000 VND (45 บาท) เด็ก 15,000 VND (23 บาท)

ภายในวัดประกอบด้วย ศาลเจ้าโบราณ และ เต่าสต๊าฟขนาดใหญ่

โดยเชื่อกันว่า เต่าตัวนี้ คือเต่าศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 2 ตัวที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้มาเป็นเวลาช้านาน

ชาวเวียดนามมักเดินทางมาสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภายในวัดแห่งนี้กันอยู่เป็นประจำ

หลังจากนั้น เราก็เดินกันเล่นกันไปเรื่อยๆ เก็บภาพบรรยากาศกันเพลินๆ ได้ชมวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่น่าสนใจ

และที่ขาดไม่ได้เลยคือ เสียงแตรรถตลอดเส้นทาง ถ้าไม่ได้ยินนี่แสดงว่าคงมาไม่ถึงเวียดนามซินะ ฮาๆ

จนเดินทางถึง โบสถ์เซนต์โจเซฟ ตั้งอยู่บน ถนนยาจุง ทางด้านเหนือของ ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม

จุดนี้เป็นอีก 1 จุด ที่แนะนำให้มา เพราะถ่ายรูปสวยมาก และไม่ไกลจากที่พักและย่านเมืองเก่านี้เลย

เดินกันมาจนเหนื่อยแล้วก็ได้เวลาเติมพลัง มื้อสุดท้ายก่อนกลับเมืองไทย

มีร้านนึงที่ทางโรงแรมแนะนำมา แต่วันแรกเราดันไปกินผิดร้าน วันนี้เลยขอไปแก้ตัวหน่อย

มื้อนี้สั่งจัดเต็ม มีอะไรสั่งมาให้หมด ทั้ง หมูยอ แหนม ไก่ตุ๋น และ Bun bo nam bo ก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่

ราดด้วยเนื้อผัดซอสน้ำขลุกขลิก โรยด้วยถั่วลิสง และถั่วงอก ปรุงรสด้วยน้ำปลา และซอสพริก รสเด็ดมาก ชอบเมนูนี่สุด

หมูยอกับแหนมก็อร่อย จิ้มกับซอสพริก เปรี้ยวๆ หวานๆ แต่ไก่ตุ๋นรสชาติขมๆ เหมือนกลิ่นยาสมุนไพรของที่นี่

ค่าเสียหายมื้อนี้หมดไป 253,000 vnd (380 บาท) // Bun bo nam bo ชามละ 60,000 VND (90 บาท)

กินอิ่มแล้วก็ได้เวลาช้อปปิ้ง ก่อนกลับหาช้อปหาของติดไม้ติดมือกลับบ้านกันซักหน่อย

เลือกและต่อรองราคาแม่ค้าอยู่ซักพัก สุดท้ายก็ได้ เสื้อ 2 ตัว และ กระเป๋า 1 ใบ ของ The North Face กลับบ้าน

ราคา 960,000 VND (1,440 บาท) กลับบ้านตัวเบา

มาถึงช่วงสุดท้ายของรีวิว ทริปเที่ยว ฮานอย เวียดนาม 4 วัน 3 คืน ผมขอสรุปทริปนี้ตามความรู้สึกที่ตัวเองได้รับนะครับ

นี่เป็นทริปเดินทางต่างประเทศทริปแรก ก่อนเดินทางก็เสิร์ชหาข้อมูล เจอหลากหลายมุมมอง

มีเพื่อนๆพี่ๆแนะนำให้ระมัดระวังเมื่อมาเที่ยวที่ฮานอย แต่พอมาเราจริงก็ไม่ได้เจออะไรที่น่ากลัวนะ

การมาเที่ยว ฮานอย เวียดนาม เป็นอะไรที่ง่ายมากๆ เราสามารถเดินตามท้องถนน ถ่ายรูป ช้อป ชิม ชิล ได้อย่างสะดวกสบาย

ที่พักกับแหล่งท่องเที่ยวอยู่ไม่ไกลกัน ราคาไม่แพง มีตั้งแต่หลักร้อยเป็นต้นไป ห้องพักก็ดีงาม คุ้มค่าสมราคา

หรือถ้าใครจะไปเที่ยวต่างเมือง ก็มีทัวร์ขายกันเยอะมาก สามารถเลือกดูกันได้อย่างหลากหลาย

เหมาะกับคนที่อยากลองเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกแบบเรา หรือ คนที่อยากมาหาประสบการณ์ใหม่ๆ

ทริปนี้ทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ไม่สามารถหาได้จากหนังสือ หรือ อินเตอร์เน็ท

และยังเป็นทริปที่แทบไม่ต้องวางแผนอะไรมาก เพราะมันเดินทางง่ายจริงๆ สามารถเดินทางได้ทุกวัน

Air Asia มีเที่ยวบินตรงสู่อาเซียนทุกวัน รวมถึง ฮานอย เวียดนาม ด้วย ทำให้เราอยากมาช่วงไหนก็ได้

แนะนำหาโปรเด็ดๆ ราคาไปกลับจะอยู่ที่คนล่ะ 3 พันกว่า พอๆกับเที่ยวเมืองไทยเลยแหล่ะ

ส่วนเรื่องความปลอดภัย เราก็ว่าที่นี่ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนะ แค่เราระมัดระวัง

ไม่ทำอะไรที่เสี่ยงจนเกินไป ก็จะไม่เจออะไรแย่ๆแล้ว

มาลองใช้ชีวิต slowlife ที่ ฮานอย เวียดนาม กันดูครับ เราจะได้รับความสุขและได้เจออะไรใหม่ๆอีกมากมาย


ท้ายสุด ขอสรุปค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ของทริป ฮานอย เวียดนาม กันครับ

  • ค่ารถรับ-ส่ง สนามบิน 1,300 บาท
  • ทัวร์ ทาม ก็อก 3,060 บาท
  • ทัวร์ ฮาลองเบย์ 3,750 บาท
  • ซิมการ์ด 300 บาท
  • อาหารและเครื่องดื่ม 1,483 บาท
  • ทิป 320 บาท
  • ช้อปปิ้ง 1,590 บาท
  • ค่าห้องพัก 3,600 บาท
  • ค่าตั๋วเครื่องบิน 6,500 บาท

รวมทั้งหมด 21,903 บาท ไป 2 คน ตกคนล่ะประมาณ 10,950 บาท (รวมทุกอย่างแล้ว)

เพื่อนๆสามารถ save ค่าใช้จ่ายได้มากกว่านี้ เพราะทริปนี้ผมเน้นไปแบบจัดเต็ม กินดี อยู่ดี

ขอบคุณและสวัสดีครับ
อู๊ดดี้
กินเพลิน เดินเที่ยว

รักการท่องเที่ยว ถ่ายภาพ ออกเดินทางเพื่อค้นพบสิ่งใหม่ๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back To Top